ปีศาจแดง โกงตาย ตามหลัง 2 ประตู แต่สุดท้าย แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2


แมนยู

ปีศาจแดง โกงตาย ตามหลัง 2 ประตู แต่สุดท้าย แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2

   ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนถึง 2 ประตูตั้งแต่ในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังมายิง 3 ประตูรวด จาก ฆวน มาต้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ช่วยโขกประตูชัยในนาทีสุดท้าย

   ทำให้ แมนยู เป็นฝ่ายพลิกเอาชนะ นิวคาสเซิล มาได้ 3-2 หยุดสถิติไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันไว้ได้สำเร็จ และขยับขึ้นไปอยู่ที่ 8 ของตารางพรีเมียร์ลีก

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิด โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

ปีศาจแดง แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2

   เริ่มเกม แมนยู บุกจากซ้ายไปขวา แค่เพียง 7 นาที ก็ทำเอาเด็กผีหัวร้อนกันตั้งแต่เครื่องยังไม่ร้อนเลยเมื่อ แมนยู โดนนำไว จากลูกทุ่มทางฝั่งขวาที่ทุ่มมากลางสนาม เปเรซ เก็บบอลได้ก่อนจะแทงไปให้ เคเนดี้ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ล็อคเข้าซ้ายแล้วปั่น บอลโค้งหนีมือ เด เคอา เสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม นิวคาสเซิล นำก่อน 1-0

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที ลูกที่สองของทีมเยือนก็ตามมาอย่างรวดเร็วจนแฟนผีทั่วโลกคงอยากจะร้องว่า วดฟ กันเป็นแถว จากจังหวะลูกทุ่มทางฝั่งขวาเหมือนเดจาวูอย่างไรอย่างนั้น เชลวี่ย์ โยนบอลเข้าไปในเขตโทษให้ มุโตะ เอาบอลลงแล้วหลอกจน ยัง พลาดท่า ก่อนจะกลับตัวแล้วยิงด้วยซ้าย เป็นประตู 2-0 ให้กับทีมเยือน

   เล่นมาสักพัก แมนยู ยังไม่มีวี่แววว่าจะทวงประตูคืนได้ มูรินโญ่ ไม่มีทางเลือกต้องทำการปรับแผนทันทีโดยการส่ง ฆวน มาต้า ลงมาเพิ่มความหวือหวาในแดนกลาง แล้วถอดเอา ไบญี่ ออกพร้อมกับถอย แม็คโทมิเนย์ ลงไปยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ

   จากนั้น แมนยู ก็พยายามทำเกมเพื่อหวังจะเอาประตูให้ได้แต่ก็ยังไม่เป็นผล ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 42 ปีศาจแดงได้ลุ้นจากจังหวะที่ ลูกากู ให้บอลไปที่ ป๊อกบา หน้ากรอบเขตโทษแล้วจัดการปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งไปเสาแรกแต่ ดูบราฟก้า พุ่งไปเซฟไว้ได้ทัน

   ครึ่งหลังลงสนามมาเกมของปีศาจแดงดูดีขึ้น มีจังหวะให้ได้ลุ้นประตูอยู่หลายจังหวะแต่ยังทำไม่ได้ มูรินโญ่ เห็นท่าไม่ดี จึงเปลี่ยนเอา อเล็กซิส ซานเชซ ลงสนามเป็นสำรองคนสุดท้าย แล้วถอดเอา แรชฟอร์ด ออก

   และการปรับเปลี่ยนเกมของ มูรินโญ่ ผสมกับความพยายามของ แมนยู ก็ประสบความสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 70 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา มาต้า ปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งข้ามกำแพงพุ่งเสียบเสาแรกอย่างสวยสดงดงาม ผีตามตีไข่แตก 2-1 ทำเอาแฟนๆปีศาจแดงใจชื้นขึ้นมานิดนึง

   จากนั้นประตูตีเสมอของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตามมาหลังจากนั้นไม่นาน ในนาทีที่ 76 จากจังหวะที่ มาร์กซิยาล เล่นซิ่งกับ ป๊อกบา แล้วตัดเข้าขวามายิงยัดเสาแรกตุงตาข่ายตามเจ๊าจนได้ 2-2 ผีกลับมาแล้วจ้า

   เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ 2-2 แต่แล้วช่วงท้ายเกมนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ เด็กผีก็ได้เฮสุดเสียง เมื่อ แมนยู มาได้ประตูแซงขึ้นนำ 3-2 อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากที่โหมบุกอย่างหนักมาเนิ่นนาน จังหวะนี้ ป๊อกบา ดีดบอลออกขวาให้ ยัง เปิดจากเกือบสุดมุมธงเข้าไปหน้าปากประตูให้ อเล็กซิส โขกเต็มหัวเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายแซงเอาชนะ นิวคาสเซิล 3-2

 

26/11/2018

ต่างดาว บาร์เซโลน่า บุกทะลวงเล้าไก่ 4-2 เมสซี่เบิ้ล


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ต่างดาว บาร์เซโลน่า บุกทะลวงเล้าไก่ 4-2 เมสซี่เบิ้ล

   ต่างดาว บาร์เซโลน่า ได้ประตูขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ครึ่งหลัง สเปอร์ส มาได้ประตูตีตื้นขึ้นมา ก่อนที่จะเป็น เมสซี่ ที่มายิงประตูปิดท้าย ผลบอลสด ทำให้ บาร์ซ่า เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ สเปอร์ส 4-2 นำเป็นจ่าฝูง แชมเปี้ยนส์ลีก กลุ่ม บี ส่วน สเปอร์ส ผ่าน 2 นัด ยังไม่มีแต้ม

ต่างดาว บาร์เซโลน่า ได้ 2 ประตูในครึ่งแรก และปิดท้ายด้วย เมสซี่

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีเศษ บาร์เซโลน่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำเร็วจากจังหวะที่ เมสซี่ แทงบอลยาวให้ อัลบา หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะตบกลับไปหน้ากรอบเขตโทษให้ คูตินโญ่ แต่งบอลแล้วซัดเข้าไปเลย บาร์ซ่านำ 1-0

   นาทีที่ 28 บาร์เซโลน่า มาอีกระลอก คราวนี้ เมสซี่ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ ซัวเรซ พักบอลต่อให้ คูตินโญ่ ยิงโล่งๆ แต่แป้ก ดีที่บอลกลับมาเข้าทาง คูตี้ อีกครั้งจึงไหลให้ ราคิติช วิ่งมาซัดแถวกรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือ ยอริส เข้าไปตุงตาข่าย บาร์เซโลน่านำ 2-0

   นาทีที่ 34 ยังคงเป็นจังหวะลุ้นของ บาร์ซ่า เมื่อ อัลบา ไหลบอลให้ เมสซี่ ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะกดด้วยซ้าย แต่ ยอริส ยังเซฟเอาไว้ได้

   จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่า นำสเปอร์สอยู่ 2-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 47 บาร์ซ่า ได้บุกต่อ บุสเกตส์ เปิดบอลให้ เมสซี่ ลากจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะแปง่ายๆ บอลพุ่งชนเสากระดอนออกไป

   แต่แล้วนาทีที่ 52 ในที่สุด สเปอร์ส ก็มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ลาเมล่า จ่ายบอลไปให้ เคน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วแต่งหลบ เซเมโด้ ก่อนจะซัดด้วยขวาเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม

   แต่ทีมเยือน ก็ไม่ปล่อยให้เจ้าถิ่นได้ดีใจนาน เพราะหลังจากนั้นถัดมาเพียงแค่ 4 นาที บาร์ซ่า ก็มาได้ประตูทิ้งห่างอีกครั้ง จากจังหวะที่ เมสซี่ ให้บอลออกซ้ายไปที่ อัลบา ตบกลับเข้ากลางแล้วเป็น เมสซี่ ที่วิ่งมาจบเองสวยๆ บาร์เซโลน่า นำห่าง อีกครั้ง 3-1

   และดูเหมือนว่าเกมนี้จะไม่จบง่ายๆ เมื่อในนาทีที่ 66 สเปอร์ส มาได้ประตูตีตื้นอีกครั้งไล่มาเป็น 3-2 จากจังหวะที่ ซอนเฮืองมิน ปาดบอลจากฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษให้ ลาเมล่า ยิงด้วยซ้ายบอลแฉลบ ลองเลต์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปในที่สุด

    เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ดังกล่าว แต่ช่วงท้ายเกมก่อนหมดเวลาการแข่งขัน นาทีที่ 90 ต่างดาวมาได้ประตูย้ำชัยจากลูกยิงสุดสวยของ เมสซี่ ทำให้บาซ่านำห่าง 4-2

   จบเกม บาร์เซโลน่า บุกมาชนะ สเปอร์ส 4-2 ผ่าน 2 นัด ชนะรวด นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มบี ในขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังไม่มีแต้ม ใน แชมเปี้ยนส์ลีก แม้แต่แต้มเดียว

 

08/11/2018