ซิวแชมป์สโมสรโลก 3 สมัยติด มาดริด ไล่อัด อัล ไอน์ 4 -1


ข่าวฟุตบอล

ซิวแชมป์สโมสรโลก 3 สมัยติด มาดริด ไล่อัด อัล ไอน์ 4 -1

   ซิวแชมป์สโมสรโลก 3 สมัยติด สำหรับ เรอัล มาดริด บี้เอาชนะ อัล ไอน์ ไป 4- 1 ครองแชมป์สโมสรโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ซิวแชมป์สโมสรโลก 3 สมัยติด มาดริด ไล่อัด อัล ไอน์ 4 -1

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก เรอัล มาดริด เปิดบ้านพบ อัล ไอน์ ที่สนาม ชีค ซาเยด สปอร์ตซิตี้ (ยูเออี) ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกมนาทีที่ 4 มาดริด กลับเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เบล ให้บอลไปที่ ยอเรนเต้ พาบอลหลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะปัดไปเสาแรกให้ ลูคัส วิ่งมาชาร์จบอลเด้งไปชนเสาแล้วโดนผู้เล่นฝั่ง อัล ไอน์ ออกหลังไป

   กระทั่งนาทีที่ 14 ในที่สุด มาดริด ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนโดยบอลเริ่มจาก ลูคัส ที่หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาแล้วเปิดไปหน้ากรอบเขตโทษให้ เบนเซม่า จับบอลหนึ่งจังหวะแล้วไหลให้ โมดริช ซัดด้วยซ้ายนอกกรอบ บอลพุ่งเข้าไปกองก้นตาข่าย ราชันชุดขาว นำ 1-0

   แม้จะเป็นฝ่ายที่นำอยู่แต่ มาดริด ก็ยังคงเดินหน้าเพื่อจะเอาประตูที่สองให้ได้และก็มีลุ้นอยู่หลายจังหวะด้วยกัน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอจึงยังไม่ได้ประตูเพิ่ม

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 40 เป็นโอกาสอีกครั้งของ ราชันชุดขาว จากเตะมุมทางฝั่งซ้าย โครส เปิดบอลไปหน้ากรอบเขตโทษให้ โมดริช ซัดเต็มแรง บอลพุ่งตรงกรอบแต่ เอย์ซ่า เซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด

   จบครึ่งแรก มาดริด นำอยู่เพียงประตูเดียว

   ลงมาครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเหมือนครึ่งแรกที่ส่วนมากจะเป็น ราชันชุดขาว ที่เปิดเกมบุกเข้าใส่เพื่อที่จะเอาประตูที่สองให้ได้ จนมาสำเร็จในนาทีที่ 60 จากเตะมุมทางฝั่งขวา โครส เปิดบอลไปหน้าปากประตูแต่โดนเคลียร์ออกมา บอลไปเข้าทาง ญอเรนเต้ ซัดด้วยขวาเป็นประตู 2-0

   ต่อกันด้วยประตูที่ 3 ในนาทีที่ 78 จากเตะมุมทางฝั่งขวาเหมือนเดิมแต่คราวนี้เป็น โมดริช ที่เปิดบอลไปตรงปากประตูให้ รามอส วิ่งมาโขกบอลตุงตาข่าย มาดริด นำห่าง 3-0

   แต่ในนาทีที่ 86 อัล ไอน์ ได้ประตูไล่ตามมาเป็น 3-1 จากฟรีคิกแถวกลางสนามเยื้องไปทางขวา ไคโอ เปิดบอลไปเสาแรกให้ ชิโอตานิ โหม่งบอลเสียบเสาสองเข้าประตูไป

   แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน นาทีที่ 90 + 1 ราชันชุดขาว มาได้เพิ่มอีก 1 ประตู จากจังหวะที่ มาร์เซโล่ เปิดบอลไปให้ วินิซิอุส หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วยิงทันที บอลพุ่งไปโดน นาเดอร์ สกัดเข้าประตูตัวเอง มาดริด นำ 4-1

   จบเกม เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายเอาชนะ อัล ไอน์ 4-1 คว้าแชมป์สโมสรโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

 

04/01/2019

คาวานี่ ซัดชัย เปแอสเช ไร้ เนย์มาร์ เฉือน ตูลูส 1-0


ลีกเอิง

คาวานี่ ซัดชัย เปแอสเช ไร้ เนย์มาร์ เฉือน ตูลูส 1-0

   คาวานี่ ซัดชัยพา เปแอสเช เชือนเอาชนะ ตูลูส ไป 1-0 แม้เกมนี้จะไร้เงาของ เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ ก็ตาม เก็บสถิติชนะรวดทั้ง 14 นัด นำเป็นจ่าฝูง ลีกเอิง แบบไร้พ่ายร้อยเปอร์เซ็น

คาวานี่ ซัดชัยพา เปแอสเช ชนะรวด 14 นัดติดต่อกัน

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ลีกเอิง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปิดบ้านพบกับ ตูลูส ที่สนาม ปาร์ค เดอ แปรง ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เกมนี้ทาง เปแอสเช ไม่เสี่ยงใช้งาน เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ 2 แข้งซุปตาร์ตัวหลักที่มีอาการบาดเจ็บจากเกมทีมชาติ ดังนั้นความหวังในเกมรุกจึงตกไปอยู่ที่ เอดิสัน คาวานี่ดาวซัลโวของสโมสรแทน

   เริ่มเกม เปแอสเช ก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าไปเฉยๆ แม้จะไร้เงาของ 2 ซุปตาร์ระดับโลกของทีมอย่าง เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ แต่ก็ยังมีคาวานี่ที่ฟอร์มยังคงยอดเยี่ยมระดับ 5 ดาว

   นาทีที่ 9 ดิ มาเรีย ลากบอลจากทางฝั่งขวาตัดเข้าในแล้วซัดบอลไปติดเซฟผู้รักษาประตูตูลูสปัดทิ้งออกมาไปเข้าทาง ราบิโอต์ โหม่งชงให้คาวานี่จับก่อนหนึ่งจังหวะแล้วกระดกบอลข้ามกองหลังของทีมเยือนก่อนจะจัดการซัดด้วยขวาตุงตาข่ายอย่างสวยงาม เปแอสเช นำ 1-0

   พอได้ประตูขึ้นนำเร็ว เจ้าถิ่นก็เหมือนได้ใจ เดินหน้าเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 17 เปแอสเช ส่งบอลไปกองก้นตาข่ายของตูลูสได้เป็นครั้งที่ 2 จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งขวาที่ ดิ มาเรีย เปิดบอลไปที่จุดนัดพบ ติอาโก้ โหม่งชงมาให้คาวานี่ โหม่งจ่อๆเข้าไปตุงตาข่าย แต่มีธงล้ำหน้ายกขึ้นมาก่อน จังหวะนี้จึงไม่ได้ประตู

   ช่วงท้ายครึ่งแรกเจ้าถิ่นค่อยๆผ่อนเกมลง ทำให้ตูลูสมีโอกาสได้ลุ้นบ้าง นาทีที่ 40 กราเดล กระชากบอลจากฝั่งขวาตัดเข้าใน ก่อนจะตัดสินใจกึ่งยิงกึ่งผ่านไปที่หน้าประตู บอลดันเป็นใจกำลังจะเสียบใต้คาน ยังดีที่ บุฟฟ่อน ปัดทิ้งได้แบบปลอดภัยไว้ก่อน จบครึ่งแรก เปแอสเช นำ ตูลูส 1-0

   ครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกต่อ นาทีที่ 53 ดิ มาเรีย เปิดเตะมุมเข้าไปกลางประตูให้ มูนิเยร์ โหม่งเหน่งๆบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   แต่นาทีที่ 76 ตูลูสเกือบจะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ เมเบเล่ กระชากบอลไปจนเกือบสุดเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนจะเปิดกลับเข้ากลางข้ามตัว บุฟฟ่อน ไปแล้ว ยังดีที่มีเพื่อนมาช่วยสกัดพ้นอันตรายทัน ไม่งั้นเจ้าถิ่นมีหวังโดนตีเสมอแน่ๆ

   นาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ เปแอสเช พลาดโอกาสในการทำประตูที่ 2 ไปอย่างน่าเสียดายเมื่อ เอ็นคุนคู ได้ซัดเน้นๆแล้ว แต่ดันยิงข้ามคานออกไปซะงั้น ทำให้จบเกม เปแอสเช เป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะ ตูลูส 1-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม นำเป็นจ่าฝูง ลีกเอิง แบบไร้พ่าย

 

 

20/12/2018

ปีศาจแดง โกงตาย ตามหลัง 2 ประตู แต่สุดท้าย แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2


แมนยู

ปีศาจแดง โกงตาย ตามหลัง 2 ประตู แต่สุดท้าย แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2

   ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนถึง 2 ประตูตั้งแต่ในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังมายิง 3 ประตูรวด จาก ฆวน มาต้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ช่วยโขกประตูชัยในนาทีสุดท้าย

   ทำให้ แมนยู เป็นฝ่ายพลิกเอาชนะ นิวคาสเซิล มาได้ 3-2 หยุดสถิติไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันไว้ได้สำเร็จ และขยับขึ้นไปอยู่ที่ 8 ของตารางพรีเมียร์ลีก

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิด โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

ปีศาจแดง แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2

   เริ่มเกม แมนยู บุกจากซ้ายไปขวา แค่เพียง 7 นาที ก็ทำเอาเด็กผีหัวร้อนกันตั้งแต่เครื่องยังไม่ร้อนเลยเมื่อ แมนยู โดนนำไว จากลูกทุ่มทางฝั่งขวาที่ทุ่มมากลางสนาม เปเรซ เก็บบอลได้ก่อนจะแทงไปให้ เคเนดี้ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ล็อคเข้าซ้ายแล้วปั่น บอลโค้งหนีมือ เด เคอา เสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม นิวคาสเซิล นำก่อน 1-0

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที ลูกที่สองของทีมเยือนก็ตามมาอย่างรวดเร็วจนแฟนผีทั่วโลกคงอยากจะร้องว่า วดฟ กันเป็นแถว จากจังหวะลูกทุ่มทางฝั่งขวาเหมือนเดจาวูอย่างไรอย่างนั้น เชลวี่ย์ โยนบอลเข้าไปในเขตโทษให้ มุโตะ เอาบอลลงแล้วหลอกจน ยัง พลาดท่า ก่อนจะกลับตัวแล้วยิงด้วยซ้าย เป็นประตู 2-0 ให้กับทีมเยือน

   เล่นมาสักพัก แมนยู ยังไม่มีวี่แววว่าจะทวงประตูคืนได้ มูรินโญ่ ไม่มีทางเลือกต้องทำการปรับแผนทันทีโดยการส่ง ฆวน มาต้า ลงมาเพิ่มความหวือหวาในแดนกลาง แล้วถอดเอา ไบญี่ ออกพร้อมกับถอย แม็คโทมิเนย์ ลงไปยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ

   จากนั้น แมนยู ก็พยายามทำเกมเพื่อหวังจะเอาประตูให้ได้แต่ก็ยังไม่เป็นผล ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 42 ปีศาจแดงได้ลุ้นจากจังหวะที่ ลูกากู ให้บอลไปที่ ป๊อกบา หน้ากรอบเขตโทษแล้วจัดการปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งไปเสาแรกแต่ ดูบราฟก้า พุ่งไปเซฟไว้ได้ทัน

   ครึ่งหลังลงสนามมาเกมของปีศาจแดงดูดีขึ้น มีจังหวะให้ได้ลุ้นประตูอยู่หลายจังหวะแต่ยังทำไม่ได้ มูรินโญ่ เห็นท่าไม่ดี จึงเปลี่ยนเอา อเล็กซิส ซานเชซ ลงสนามเป็นสำรองคนสุดท้าย แล้วถอดเอา แรชฟอร์ด ออก

   และการปรับเปลี่ยนเกมของ มูรินโญ่ ผสมกับความพยายามของ แมนยู ก็ประสบความสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 70 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา มาต้า ปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งข้ามกำแพงพุ่งเสียบเสาแรกอย่างสวยสดงดงาม ผีตามตีไข่แตก 2-1 ทำเอาแฟนๆปีศาจแดงใจชื้นขึ้นมานิดนึง

   จากนั้นประตูตีเสมอของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตามมาหลังจากนั้นไม่นาน ในนาทีที่ 76 จากจังหวะที่ มาร์กซิยาล เล่นซิ่งกับ ป๊อกบา แล้วตัดเข้าขวามายิงยัดเสาแรกตุงตาข่ายตามเจ๊าจนได้ 2-2 ผีกลับมาแล้วจ้า

   เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ 2-2 แต่แล้วช่วงท้ายเกมนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ เด็กผีก็ได้เฮสุดเสียง เมื่อ แมนยู มาได้ประตูแซงขึ้นนำ 3-2 อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากที่โหมบุกอย่างหนักมาเนิ่นนาน จังหวะนี้ ป๊อกบา ดีดบอลออกขวาให้ ยัง เปิดจากเกือบสุดมุมธงเข้าไปหน้าปากประตูให้ อเล็กซิส โขกเต็มหัวเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายแซงเอาชนะ นิวคาสเซิล 3-2

 

26/11/2018

ต่างดาว บาร์เซโลน่า บุกทะลวงเล้าไก่ 4-2 เมสซี่เบิ้ล


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ต่างดาว บาร์เซโลน่า บุกทะลวงเล้าไก่ 4-2 เมสซี่เบิ้ล

   ต่างดาว บาร์เซโลน่า ได้ประตูขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ครึ่งหลัง สเปอร์ส มาได้ประตูตีตื้นขึ้นมา ก่อนที่จะเป็น เมสซี่ ที่มายิงประตูปิดท้าย ผลบอลสด ทำให้ บาร์ซ่า เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ สเปอร์ส 4-2 นำเป็นจ่าฝูง แชมเปี้ยนส์ลีก กลุ่ม บี ส่วน สเปอร์ส ผ่าน 2 นัด ยังไม่มีแต้ม

ต่างดาว บาร์เซโลน่า ได้ 2 ประตูในครึ่งแรก และปิดท้ายด้วย เมสซี่

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีเศษ บาร์เซโลน่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำเร็วจากจังหวะที่ เมสซี่ แทงบอลยาวให้ อัลบา หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะตบกลับไปหน้ากรอบเขตโทษให้ คูตินโญ่ แต่งบอลแล้วซัดเข้าไปเลย บาร์ซ่านำ 1-0

   นาทีที่ 28 บาร์เซโลน่า มาอีกระลอก คราวนี้ เมสซี่ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ ซัวเรซ พักบอลต่อให้ คูตินโญ่ ยิงโล่งๆ แต่แป้ก ดีที่บอลกลับมาเข้าทาง คูตี้ อีกครั้งจึงไหลให้ ราคิติช วิ่งมาซัดแถวกรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือ ยอริส เข้าไปตุงตาข่าย บาร์เซโลน่านำ 2-0

   นาทีที่ 34 ยังคงเป็นจังหวะลุ้นของ บาร์ซ่า เมื่อ อัลบา ไหลบอลให้ เมสซี่ ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะกดด้วยซ้าย แต่ ยอริส ยังเซฟเอาไว้ได้

   จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่า นำสเปอร์สอยู่ 2-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 47 บาร์ซ่า ได้บุกต่อ บุสเกตส์ เปิดบอลให้ เมสซี่ ลากจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะแปง่ายๆ บอลพุ่งชนเสากระดอนออกไป

   แต่แล้วนาทีที่ 52 ในที่สุด สเปอร์ส ก็มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ลาเมล่า จ่ายบอลไปให้ เคน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วแต่งหลบ เซเมโด้ ก่อนจะซัดด้วยขวาเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม

   แต่ทีมเยือน ก็ไม่ปล่อยให้เจ้าถิ่นได้ดีใจนาน เพราะหลังจากนั้นถัดมาเพียงแค่ 4 นาที บาร์ซ่า ก็มาได้ประตูทิ้งห่างอีกครั้ง จากจังหวะที่ เมสซี่ ให้บอลออกซ้ายไปที่ อัลบา ตบกลับเข้ากลางแล้วเป็น เมสซี่ ที่วิ่งมาจบเองสวยๆ บาร์เซโลน่า นำห่าง อีกครั้ง 3-1

   และดูเหมือนว่าเกมนี้จะไม่จบง่ายๆ เมื่อในนาทีที่ 66 สเปอร์ส มาได้ประตูตีตื้นอีกครั้งไล่มาเป็น 3-2 จากจังหวะที่ ซอนเฮืองมิน ปาดบอลจากฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษให้ ลาเมล่า ยิงด้วยซ้ายบอลแฉลบ ลองเลต์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปในที่สุด

    เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ดังกล่าว แต่ช่วงท้ายเกมก่อนหมดเวลาการแข่งขัน นาทีที่ 90 ต่างดาวมาได้ประตูย้ำชัยจากลูกยิงสุดสวยของ เมสซี่ ทำให้บาซ่านำห่าง 4-2

   จบเกม บาร์เซโลน่า บุกมาชนะ สเปอร์ส 4-2 ผ่าน 2 นัด ชนะรวด นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มบี ในขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังไม่มีแต้ม ใน แชมเปี้ยนส์ลีก แม้แต่แต้มเดียว

 

08/11/2018