พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ VS เชลซี


ทีเด็ดฟุตบอล, โปรแกรมฟุตบอล

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ VS เชลซี

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ สิงห์บลู เชลซี ที่สนาม คาร์ดิฟฟิ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562 เวลา 20.05 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 4 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

15/09/18 เชลซี 4-1 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก
11/05/14 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 1-2 เชลซี พรีเมียร์ลีก
19/10/13 เชลซี 4-1 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก
13/02/10 เชลซี 4-1 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เอฟเอ คัพ

พรีเมียร์ลีกพรีวิว คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ VS เชลซี

คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

   คาร์ดิฟฟ์ สถานการณ์ของทีมไม่ค่อยจะดีนักเพราะเสี่ยงต่อการตกชั้นสุดๆ มีคะแนนห่างโซนปลอดภัย 2 คะแนน โดย 6 เกมหลังสุดพวกเขาแพ้ไปถึง 3 เกมและชนะอีก 3 นัด แต่ล่าสุดเพิ่งเปิดบ้านเอาชนะ เวสต์แฮม ไปสดๆร้อนๆ ซึ่งหากเกมนี้พวกเขาแพ้อีก โอกาสอยู่รอดบนลีกสูงสุดก็ช่างริบหรี่เหลือเกิน

   เกมนี้ คาร์ดิฟฟ์ จะไม่มี คัลลัม เพเตอร์สัน กองหน้าเจ็บข้อเท้ากลับมาจากการรับใช้ทีมชาติ ซึ่งคาดว่าคงต้องพักยาว ในขณะที่ โซล บ็องบ้า เซนเตอร์ตัวหลักก็บาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าฉีก ส่วนในรายของ แจ๊ซซ์ ริชาร์ดส์ กลับมาซ้อมได้แล้วหลังหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังแต่ต้องรอเช็คความฟิตอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าเกมนี้ยังไม่พร้อมลงสนาม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : นีล เอเธอริดจ์, ลี เพลเทียร์, บรูโน่ เอคูเล่ มานก้า, ฌอน มอร์ริสัน, โจ เบนเน็ตต์, โจ รอลส์, อารอน กุนนาร์สสัน, จอช เมอร์ฟี่, บิคตอร์ กามาราซ่า, จูเนียร์ ฮอยเล็ตต์, อูมาร์ นีอัสส์

เชลซี

   ส่วนทางด้าน สิงห์บลู เชลซี ฟอร์มการเล่นช่วงหลังไม่ดีเท่าที่ควร โดย 6 เกมหลัง พวกเขาชนะไป 3 เสมอ 2 และแพ้ 1 เกม ล่าสุดเพิ่งบุกไปพ่ายให้กับ เอฟเวอร์ตัน 0-2 หลุดมาอยู่ที่ 6 บนตาราง

   สำหรับสภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ต้องรอเช็คความฟิตของ รูเบน ลอฟตัส-ชีคและเอธาน อัมปาดูสองกองกลางดาวรุ่งที่มีอากราบาดเจ็บบริเวณแผ่นหลัง รวมทั้งยังมีดาวิเด้ ซัปปาคอสต้าแบ็กที่มีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้ายังไม่สามารถลงสนามได้

   ความหวังในเกมนี้ของเชลซีคงต้องฝากไว้กับ 3 แนวรุกตัวเก่งอย่างเปโดร โรดริเกซ, เอแด็น อาซาร์และกอนซาโล่ อิกวาอิน

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, ดาวิด ลุยซ์, เอเมอร์สัน, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เปโดร โรดริเกซ, กอนซาโล่ อิกวาอิน, เอแด็น อาซาร์

 

  

 

11/04/2019

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 แมนฯยูไนเต็ด VS เซาแธมป์ตัน


พรีเมียร์ลีก, โปรแกรมฟุตบอล

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 แมนฯยูไนเต็ด VS เซาแธมป์ตัน

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านต้อนรับ เซาแธมป์ตัน ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2019 เวลา 22:00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

02/12/18 เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 แมนฯยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก

31/12/17 แมนฯยูไนเต็ด 0-0 เซาธ์แฮมป์ตัน พรีเมียร์ลีก

23/09/17 เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 แมนฯยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก

18/05/17 เซาธ์แฮมป์ตัน 0-0 แมนฯยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก

26/02/17 แมนฯยูไนเต็ด 3-2 เซาธ์แฮมป์ตัน ลีก คัพ

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 แมนฯยูไนเต็ด VS เซาแธมป์ตัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   ปีศาจแดง แมนยู โดยการนำของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังไม่ปราชัยให้กับทีมใด (ชนะ 9 เสมอ 2) เกมล่าสุดเพิ่งจะบุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไป 3-1 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

   แต่ทีมยังมีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บหลายคนไม่ว่าจะเป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าชวดลงสนามแน่นอนส่วน ฟิล โจนส์ กองหลังต้องเช็กความฟิตก่อน ทางด้าน อันเดร์ เอร์เรร่า, เจสซี่ ลินการ์ด และ ฆวน มาต้า ยังคงต้องพักต่อไป ในขณะที่ เนมันย่า มาติช ก็ยังไม่พร้อมลงสนามเช่นกัน

   คาดว่าเกมนี้โอเล กุนนาร์ โซลชาจะปรับเปลี่ยนผู้เล่นในบางตำแหน่งโดย เฟร็ดกับอเล็กซิส ซานเชซที่ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าผิดหวังในเกมกับ ปราสาทเรือนแก้ว อนาคตยังไม่แน่นอนว่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้หรือไม่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : ดาบิด เด เคอา, แอชลี่ย์ ยัง, คริส สมอลลิ่ง, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, อันเดรียส เปเรยร่า, ดิโอโก้ ดาโล่ต์, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, โรเมลู ลูกากู

เซาแธมป์ตัน

   ทางด้าน เซาแธมป์ตัน ผลงานไม่ค่อยคงเส้นคงวาเท่าที่ควร แม้ว่าเกมล่าสุดเพิ่งจะเอาชนะฟูแล่มไป 2-0 แต่มีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 2 แต้มเท่านั้น สำหรับสถิติการเล่นนอกบ้านไม่ค่อยดีมากนักโดย 5 เกมนอกบ้านหลังสุด ชนะไปเพียงแค่เกมเดียว ที่เหลือเสมอ 2 และแพ้ไปอีก 2 เกม

   ซึ่งเกมนี้ ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล กุนซือของนักบุญ จะไม่มี แดนนี่ อิงส์ กองหน้าที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่วน ไมเคิ่ล โอบาเฟมี่ กองหน้าดาวรุ่งยังคงต้องพักยาว ในขณะที่ มาริโอ เลอมิน่า กองกลางก็พลาดลงสนามเช่นกัน

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมนี้ : แองกัส กันน์, แยน เบดนาเร็ค, มายะ โยชิดะ, ยานนิค เวสเตอร์การ์ด, ยาน วาเลรี่, เจมส์ วอร์ด-เพราว์ส, โอริโอล โรเมว, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, ไรอัน เบอร์ทรานด์, สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, เนธาน เร้ดมอนด์

 

22/03/2019

โด้ซัดโทษ ยูเวนตุส โกงตายท้ายเกมแซง ลาซิโอ 2-1 ทิ้งห่าง 11 แต้ม


ผลบอล

โด้ซัดโทษ ยูเวนตุส โกงตายท้ายเกมแซง ลาซิโอ 2-1 ทิ้งห่าง 11 แต้ม

   โด้ซัดโทษ คริสติอาโน่ โรนัลโด้ สังหารจุดโทษนาทีที่ 88 พา ม้าลาย ยูเวนตุส โกงตายพลิกสถานการณ์แซงเอาชนะ อินทรีฟ้าขาว ลาซิโอ 2-1 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน เป็น 59 แต้ม รั้งจ่าฝูงทิ้งห่าง 11 แต้ม

โด้ซัดโทษ ยูเวนตุส โกงตายท้ายเกมแซง ลาซิโอ 2-1 ทิ้งห่าง 11 แต้ม

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อินทรีย์ฟ้าขาว ลาซิโอ เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก ม้าลาย ยูเวนตุส ที่สนาม โอลิมปิโก้ ในวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม 2562

   เริ่มเกม ลาซิโอ เป็นฝ่ายที่เปิดเกมรุกเข้าใส่ก่อนและเกือบจะได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 11 เมื่อ คอร์เรอา ได้บอลหลุดขึ้นมา ทางฝั่งซ้ายก่อนจะกระชากเข้าไปยิงติดเซฟ เซสนี่

   จากนั้น ยูเว่ พยายามจะเปิดเกมรุกเข้าใส่บ้าง แต่ทางฝั่งเจ้าถิ่นเพรสสูงแล้วตัดบอลแดนกลางได้ ทำให้ ม้าลาย บุกไม่ขึ้นสักเท่าไหร่

   นาทีที่ 18 ยูเวนตุส พยายามต่อบอลขึ้นไปแต่โดน ลาซิโอ ตัดบอลได้แดนกลาง อิมโมบิเล่ กระชากบอลจากครึ่งสนาม ก่อนจะไหลไปให้ คอร์เรอา ซัดที่ระยะกว่า 25 หลาแต่ เซสนี่ ยังพุ่งไปรับไว้ได้

   นาทีที่ 27 ยังคงเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ลุ้นประตูขึ้นนำ จังหวะนี้เป็นความผิดพลาดของ ชาน ที่โดน อัลแบร์โต้ แย่งบอลได้ก่อนจะซัดไกลทันทีที่ระยะเกือบ 20 หลา ยังดีที่ เซสนี่ พุ่งไปเซฟไว้ได้อีกครั้ง

   เกมผ่านครึ่งชั่วโมงแรก ยูเวนตุส แทบจะไม่มีโอกาสได้ส่องประตูเจ้าถิ่นเลย กระทั่งนาทีที่ 35 โอกาสครั้งแรกของ ยูเว่ ดักลาส ลากบอลขึ้นมาทางฝั่งซ้ายแล้วจัดการกึ่งยิงกึ่งผ่านไปเสาแรก สตราโคช่า นายทวารเจ้าถิ่นต้องทุบทิ้งไปก่อน

   นาทีที่ 38 ลาซิโอ พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดายเมื่อ มิลินโควิช ให้บอลไปที่ ปาโรโล่ จับบอลด้วยขวาก่อนจะซัดด้วยซ้าย บอลกำลังจะพุ่งเข้าประตูอยู่แล้วแต่ยังเป็น เซสนี่ คนเดิมที่พุ่งไปปัดไว้ได้บนเส้นประตู

   จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันไปแบบไร้สกอร์

   ครึ่งหลังนาทีที่ 59 ลาซิโอ เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกเตะมุมทั้งฝั่งซ้าย อัลแบร์โต้ เปิดบอลไปหน้าปากประตู แต่ ชาน ดันโหม่งผิดเหลี่ยมกลายเป็นสกัดเข้าประตูตัวเองไป เจ้าถิ่นนำไปก่อน 1-0

   หลังจากที่เสียประตูแนวรับของ ยูเวนตุส ดูจะปั่นป่วนไปเล็กน้อย ยังดีที่ไม่เสียประตูที่ 2 กระทั่งนาทีที่ 74 ในที่สุด ยูเว่ ก็มาได้ประตูตามตีเสมอเป็น 1-1 จากจังหวะสวนกลับ เบร์นาร์เดสคี่ กระชากบอลมาจนเกือบสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะหักกลับมาให้ ดีบาล่า ซัดไปติดเซฟ สตราโคช่า ปัดออกมาเข้าทาง กานเซโร่ ซ้ำดาบสองเป็นประตู ยูเวนตุส ตามเจ๊า 1-1

   พอได้ประตูตีเสมอ ยูเว่ ก็บุกแหลกทันทีเพื่อหวังจะเอาประตูชัยให้ได้และก็มาสำเร็จในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 88 จากลูกจุดโทษ เมื่อ ลูลิช ไปดึง กานเซโร่ ล้มลงไปในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษทันทีก่อนจะเช็ค VAR  แล้วยืนยันคำตัดสินตามเดิม และก็เป็น โรนัลโด้ ที่รับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปไม่เหลือ

   จบเกม ยูเวนตุส เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ ลาซิโอ 2-1

 

15/02/2019

ช้างศึกพร้อมรบ โค้ชโต่ย ลั่น ทีมชาติไทย จะสร้างเซอร์ไพรส์ในการดวลกับบาห์เรน


ข่าวฟุตบอล

ช้างศึกพร้อมรบ โค้ชโต่ย ลั่น ทีมชาติไทย จะสร้างเซอร์ไพรส์ในการดวลกับบาห์เรน

   ช้างศึกพร้อมรบ โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย กุนซือขัดตาทัพของ ช้างศึก ทีมชาติไทย เตรียมปรับแท็คติกในเกมที่จะดวลกับ ทีมชาติบาห์เรน โดยตั้งเป้าว่าจะต้องมีแต้มให้ได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าลูกทีมของตนยังคงมีความมุ่งมั่นเต็มที่ ชี้ ราเยวัช วางระบบเกมรับไว้อย่าดีแล้ว เพียงต้อมปรับเกมรุกเล็กน้อยเท่านั้น

ช้างศึกพร้อมรบ โค้ชโต่ย ลั่น ทีมชาติไทย ต้องมีแต้มในเกมนี้

   เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 เวลา 17.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ภายในสนาม อัล อัคตูม สเตเดี้ยม ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หัวหน้าผู้ฝึกสอนรักษาการ พร้อมด้วย ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้า ทีมชาติไทย ได้มีการแถลงข่าวถึงความพร้อมของ ทีมชาติไทย ก่อนที่จะลงทำการแข่งขันฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย นัดที่สอง ของกลุ่มเอ กับทีมชาติบาห์เรน

   ซึ่งเกมกับ บาห์เรน นี้ จะเป็นการประเดิมการคุมทีมเป็นครั้งแรกของ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย โดยเจ้าตัวได้กล่าวถึงความรู้สึกว่า “หลังจากที่ได้คุยกับนักเตะหลังเกมกับอินเดีย ถือว่านักเตะยังไม่เสียสมาธิ ยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะเล่นเพื่อเข้าสู่รอบต่อไป”

   “ส่วนความพร้อมของทีมก็ถือว่าพร้อมเต็มที่ เราได้มีการปรับแท็คติกเพื่อจะเจอบาห์เรน ยอมรับว่าทีมของเราค่อนข้าจะเป็นรอง แต่โชคดีที่เกมแรก บาห์เรน เสมอกับ ยูเออี มา ทำให้พวกเขามีแต้มเหนือเราแค่แต้มเดียว”

   “ผมอยู่กับทีมมาโดยตลอด ผมจึงรู้ว่าแต่ละคนเล่นกันยังไง เพราะฉะนั้นเกมที่จะเจอกับบาห์เรน เราจะต้องรัดกุมทั้งเกมรุกและเกมรับ”

   “สิ่งที่ผมบอกกับลูกทีมก็คือ เราเหลือเกมการแข่งขันอีกสองเกม ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้มีแต้มกับบาห์เรน นักเตะมีความเข้าใจในเรื่องของแท็คติก”

   “หลังจากเกมกับอิเดีย เราทำงานกันหนักขึ้น และเชื่อว่า เราจะสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้ในเกมกับบาห์เรน”

   ทางด้าน ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้า ทีมชาติไทย ได้กล่าวว่า “สำหรับสภาพจิตใจ ผมและพี่ๆ ในทีมพร้อมสำหรับเกมในวันพรุ่งนี้ ผมเชื่อว่าพี่ๆ ในทีมและตัวผมเอง ยังคงมุ่งมั่นและทำงานหนักต่อไปเพื่อ ทีมชาติไทย และแฟนบอล”

   โดยก่อนหน้านี้ ทีมชาติไทย ประเดิมสนามนัดแรกด้วยการพ่ายให้กับ ทีมชาติอินเดีย ไป 1-4 ส่วน บาห์เรน เสมอกับเจ้าภาพอย่าง ยูเออี มา 1-1

   สำหรับ ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติบาห์เรน ในศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 นัดที่สอง ของกลุ่มเอ วันที่ 10 มกราคม 2562 ณ สนาม อัล มัคตูม สเตเดียม, นครดูไบ เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ FOX Sports HD

 

25/01/2019

ซิวแชมป์สโมสรโลก 3 สมัยติด มาดริด ไล่อัด อัล ไอน์ 4 -1


ข่าวฟุตบอล

ซิวแชมป์สโมสรโลก 3 สมัยติด มาดริด ไล่อัด อัล ไอน์ 4 -1

   ซิวแชมป์สโมสรโลก 3 สมัยติด สำหรับ เรอัล มาดริด บี้เอาชนะ อัล ไอน์ ไป 4- 1 ครองแชมป์สโมสรโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

ซิวแชมป์สโมสรโลก 3 สมัยติด มาดริด ไล่อัด อัล ไอน์ 4 -1

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก เรอัล มาดริด เปิดบ้านพบ อัล ไอน์ ที่สนาม ชีค ซาเยด สปอร์ตซิตี้ (ยูเออี) ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกมนาทีที่ 4 มาดริด กลับเป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เบล ให้บอลไปที่ ยอเรนเต้ พาบอลหลุดไปถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนจะปัดไปเสาแรกให้ ลูคัส วิ่งมาชาร์จบอลเด้งไปชนเสาแล้วโดนผู้เล่นฝั่ง อัล ไอน์ ออกหลังไป

   กระทั่งนาทีที่ 14 ในที่สุด มาดริด ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำก่อนโดยบอลเริ่มจาก ลูคัส ที่หลุดขึ้นมาทางฝั่งขวาแล้วเปิดไปหน้ากรอบเขตโทษให้ เบนเซม่า จับบอลหนึ่งจังหวะแล้วไหลให้ โมดริช ซัดด้วยซ้ายนอกกรอบ บอลพุ่งเข้าไปกองก้นตาข่าย ราชันชุดขาว นำ 1-0

   แม้จะเป็นฝ่ายที่นำอยู่แต่ มาดริด ก็ยังคงเดินหน้าเพื่อจะเอาประตูที่สองให้ได้และก็มีลุ้นอยู่หลายจังหวะด้วยกัน แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่คมพอจึงยังไม่ได้ประตูเพิ่ม

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 40 เป็นโอกาสอีกครั้งของ ราชันชุดขาว จากเตะมุมทางฝั่งซ้าย โครส เปิดบอลไปหน้ากรอบเขตโทษให้ โมดริช ซัดเต็มแรง บอลพุ่งตรงกรอบแต่ เอย์ซ่า เซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด

   จบครึ่งแรก มาดริด นำอยู่เพียงประตูเดียว

   ลงมาครึ่งหลัง รูปเกมยังคงเหมือนครึ่งแรกที่ส่วนมากจะเป็น ราชันชุดขาว ที่เปิดเกมบุกเข้าใส่เพื่อที่จะเอาประตูที่สองให้ได้ จนมาสำเร็จในนาทีที่ 60 จากเตะมุมทางฝั่งขวา โครส เปิดบอลไปหน้าปากประตูแต่โดนเคลียร์ออกมา บอลไปเข้าทาง ญอเรนเต้ ซัดด้วยขวาเป็นประตู 2-0

   ต่อกันด้วยประตูที่ 3 ในนาทีที่ 78 จากเตะมุมทางฝั่งขวาเหมือนเดิมแต่คราวนี้เป็น โมดริช ที่เปิดบอลไปตรงปากประตูให้ รามอส วิ่งมาโขกบอลตุงตาข่าย มาดริด นำห่าง 3-0

   แต่ในนาทีที่ 86 อัล ไอน์ ได้ประตูไล่ตามมาเป็น 3-1 จากฟรีคิกแถวกลางสนามเยื้องไปทางขวา ไคโอ เปิดบอลไปเสาแรกให้ ชิโอตานิ โหม่งบอลเสียบเสาสองเข้าประตูไป

   แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเจ็บก่อนหมดเวลาการแข่งขัน นาทีที่ 90 + 1 ราชันชุดขาว มาได้เพิ่มอีก 1 ประตู จากจังหวะที่ มาร์เซโล่ เปิดบอลไปให้ วินิซิอุส หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วยิงทันที บอลพุ่งไปโดน นาเดอร์ สกัดเข้าประตูตัวเอง มาดริด นำ 4-1

   จบเกม เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายเอาชนะ อัล ไอน์ 4-1 คว้าแชมป์สโมสรโลกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

 

04/01/2019

คาวานี่ ซัดชัย เปแอสเช ไร้ เนย์มาร์ เฉือน ตูลูส 1-0


ลีกเอิง

คาวานี่ ซัดชัย เปแอสเช ไร้ เนย์มาร์ เฉือน ตูลูส 1-0

   คาวานี่ ซัดชัยพา เปแอสเช เชือนเอาชนะ ตูลูส ไป 1-0 แม้เกมนี้จะไร้เงาของ เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ ก็ตาม เก็บสถิติชนะรวดทั้ง 14 นัด นำเป็นจ่าฝูง ลีกเอิง แบบไร้พ่ายร้อยเปอร์เซ็น

คาวานี่ ซัดชัยพา เปแอสเช ชนะรวด 14 นัดติดต่อกัน

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ลีกเอิง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เปิดบ้านพบกับ ตูลูส ที่สนาม ปาร์ค เดอ แปรง ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

   เกมนี้ทาง เปแอสเช ไม่เสี่ยงใช้งาน เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ 2 แข้งซุปตาร์ตัวหลักที่มีอาการบาดเจ็บจากเกมทีมชาติ ดังนั้นความหวังในเกมรุกจึงตกไปอยู่ที่ เอดิสัน คาวานี่ดาวซัลโวของสโมสรแทน

   เริ่มเกม เปแอสเช ก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาเสียเปล่าไปเฉยๆ แม้จะไร้เงาของ 2 ซุปตาร์ระดับโลกของทีมอย่าง เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ แต่ก็ยังมีคาวานี่ที่ฟอร์มยังคงยอดเยี่ยมระดับ 5 ดาว

   นาทีที่ 9 ดิ มาเรีย ลากบอลจากทางฝั่งขวาตัดเข้าในแล้วซัดบอลไปติดเซฟผู้รักษาประตูตูลูสปัดทิ้งออกมาไปเข้าทาง ราบิโอต์ โหม่งชงให้คาวานี่จับก่อนหนึ่งจังหวะแล้วกระดกบอลข้ามกองหลังของทีมเยือนก่อนจะจัดการซัดด้วยขวาตุงตาข่ายอย่างสวยงาม เปแอสเช นำ 1-0

   พอได้ประตูขึ้นนำเร็ว เจ้าถิ่นก็เหมือนได้ใจ เดินหน้าเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 17 เปแอสเช ส่งบอลไปกองก้นตาข่ายของตูลูสได้เป็นครั้งที่ 2 จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งขวาที่ ดิ มาเรีย เปิดบอลไปที่จุดนัดพบ ติอาโก้ โหม่งชงมาให้คาวานี่ โหม่งจ่อๆเข้าไปตุงตาข่าย แต่มีธงล้ำหน้ายกขึ้นมาก่อน จังหวะนี้จึงไม่ได้ประตู

   ช่วงท้ายครึ่งแรกเจ้าถิ่นค่อยๆผ่อนเกมลง ทำให้ตูลูสมีโอกาสได้ลุ้นบ้าง นาทีที่ 40 กราเดล กระชากบอลจากฝั่งขวาตัดเข้าใน ก่อนจะตัดสินใจกึ่งยิงกึ่งผ่านไปที่หน้าประตู บอลดันเป็นใจกำลังจะเสียบใต้คาน ยังดีที่ บุฟฟ่อน ปัดทิ้งได้แบบปลอดภัยไว้ก่อน จบครึ่งแรก เปแอสเช นำ ตูลูส 1-0

   ครึ่งหลัง เจ้าถิ่นเดินหน้าบุกต่อ นาทีที่ 53 ดิ มาเรีย เปิดเตะมุมเข้าไปกลางประตูให้ มูนิเยร์ โหม่งเหน่งๆบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   แต่นาทีที่ 76 ตูลูสเกือบจะได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ เมเบเล่ กระชากบอลไปจนเกือบสุดเส้นหลังฝั่งซ้าย ก่อนจะเปิดกลับเข้ากลางข้ามตัว บุฟฟ่อน ไปแล้ว ยังดีที่มีเพื่อนมาช่วยสกัดพ้นอันตรายทัน ไม่งั้นเจ้าถิ่นมีหวังโดนตีเสมอแน่ๆ

   นาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ เปแอสเช พลาดโอกาสในการทำประตูที่ 2 ไปอย่างน่าเสียดายเมื่อ เอ็นคุนคู ได้ซัดเน้นๆแล้ว แต่ดันยิงข้ามคานออกไปซะงั้น ทำให้จบเกม เปแอสเช เป็นฝ่ายเฉือนเอาชนะ ตูลูส 1-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม นำเป็นจ่าฝูง ลีกเอิง แบบไร้พ่าย

 

 

20/12/2018

ปีศาจแดง โกงตาย ตามหลัง 2 ประตู แต่สุดท้าย แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2


แมนยู

ปีศาจแดง โกงตาย ตามหลัง 2 ประตู แต่สุดท้าย แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2

   ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนถึง 2 ประตูตั้งแต่ในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังมายิง 3 ประตูรวด จาก ฆวน มาต้า, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ช่วยโขกประตูชัยในนาทีสุดท้าย

   ทำให้ แมนยู เป็นฝ่ายพลิกเอาชนะ นิวคาสเซิล มาได้ 3-2 หยุดสถิติไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกันไว้ได้สำเร็จ และขยับขึ้นไปอยู่ที่ 8 ของตารางพรีเมียร์ลีก

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก 2018/19 ในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิด โอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

ปีศาจแดง แมนยู พลิกชนะ นิวคาสเซิล 3-2

   เริ่มเกม แมนยู บุกจากซ้ายไปขวา แค่เพียง 7 นาที ก็ทำเอาเด็กผีหัวร้อนกันตั้งแต่เครื่องยังไม่ร้อนเลยเมื่อ แมนยู โดนนำไว จากลูกทุ่มทางฝั่งขวาที่ทุ่มมากลางสนาม เปเรซ เก็บบอลได้ก่อนจะแทงไปให้ เคเนดี้ ในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ล็อคเข้าซ้ายแล้วปั่น บอลโค้งหนีมือ เด เคอา เสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม นิวคาสเซิล นำก่อน 1-0

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 3 นาที ลูกที่สองของทีมเยือนก็ตามมาอย่างรวดเร็วจนแฟนผีทั่วโลกคงอยากจะร้องว่า วดฟ กันเป็นแถว จากจังหวะลูกทุ่มทางฝั่งขวาเหมือนเดจาวูอย่างไรอย่างนั้น เชลวี่ย์ โยนบอลเข้าไปในเขตโทษให้ มุโตะ เอาบอลลงแล้วหลอกจน ยัง พลาดท่า ก่อนจะกลับตัวแล้วยิงด้วยซ้าย เป็นประตู 2-0 ให้กับทีมเยือน

   เล่นมาสักพัก แมนยู ยังไม่มีวี่แววว่าจะทวงประตูคืนได้ มูรินโญ่ ไม่มีทางเลือกต้องทำการปรับแผนทันทีโดยการส่ง ฆวน มาต้า ลงมาเพิ่มความหวือหวาในแดนกลาง แล้วถอดเอา ไบญี่ ออกพร้อมกับถอย แม็คโทมิเนย์ ลงไปยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ

   จากนั้น แมนยู ก็พยายามทำเกมเพื่อหวังจะเอาประตูให้ได้แต่ก็ยังไม่เป็นผล ท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 42 ปีศาจแดงได้ลุ้นจากจังหวะที่ ลูกากู ให้บอลไปที่ ป๊อกบา หน้ากรอบเขตโทษแล้วจัดการปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งไปเสาแรกแต่ ดูบราฟก้า พุ่งไปเซฟไว้ได้ทัน

   ครึ่งหลังลงสนามมาเกมของปีศาจแดงดูดีขึ้น มีจังหวะให้ได้ลุ้นประตูอยู่หลายจังหวะแต่ยังทำไม่ได้ มูรินโญ่ เห็นท่าไม่ดี จึงเปลี่ยนเอา อเล็กซิส ซานเชซ ลงสนามเป็นสำรองคนสุดท้าย แล้วถอดเอา แรชฟอร์ด ออก

   และการปรับเปลี่ยนเกมของ มูรินโญ่ ผสมกับความพยายามของ แมนยู ก็ประสบความสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 70 จากฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา มาต้า ปั่นด้วยซ้าย บอลโค้งข้ามกำแพงพุ่งเสียบเสาแรกอย่างสวยสดงดงาม ผีตามตีไข่แตก 2-1 ทำเอาแฟนๆปีศาจแดงใจชื้นขึ้นมานิดนึง

   จากนั้นประตูตีเสมอของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตามมาหลังจากนั้นไม่นาน ในนาทีที่ 76 จากจังหวะที่ มาร์กซิยาล เล่นซิ่งกับ ป๊อกบา แล้วตัดเข้าขวามายิงยัดเสาแรกตุงตาข่ายตามเจ๊าจนได้ 2-2 ผีกลับมาแล้วจ้า

   เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ 2-2 แต่แล้วช่วงท้ายเกมนาทีสุดท้ายก่อนทดเจ็บ เด็กผีก็ได้เฮสุดเสียง เมื่อ แมนยู มาได้ประตูแซงขึ้นนำ 3-2 อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากที่โหมบุกอย่างหนักมาเนิ่นนาน จังหวะนี้ ป๊อกบา ดีดบอลออกขวาให้ ยัง เปิดจากเกือบสุดมุมธงเข้าไปหน้าปากประตูให้ อเล็กซิส โขกเต็มหัวเข้าประตูไปอย่างเฉียบขาด

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายแซงเอาชนะ นิวคาสเซิล 3-2

 

26/11/2018

ต่างดาว บาร์เซโลน่า บุกทะลวงเล้าไก่ 4-2 เมสซี่เบิ้ล


ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ต่างดาว บาร์เซโลน่า บุกทะลวงเล้าไก่ 4-2 เมสซี่เบิ้ล

   ต่างดาว บาร์เซโลน่า ได้ประตูขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก แต่ครึ่งหลัง สเปอร์ส มาได้ประตูตีตื้นขึ้นมา ก่อนที่จะเป็น เมสซี่ ที่มายิงประตูปิดท้าย ผลบอลสด ทำให้ บาร์ซ่า เป็นฝ่ายบุกมาเอาชนะ สเปอร์ส 4-2 นำเป็นจ่าฝูง แชมเปี้ยนส์ลีก กลุ่ม บี ส่วน สเปอร์ส ผ่าน 2 นัด ยังไม่มีแต้ม

ต่างดาว บาร์เซโลน่า ได้ 2 ประตูในครึ่งแรก และปิดท้ายด้วย เมสซี่

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีเศษ บาร์เซโลน่า ก็มาได้ประตูขึ้นนำเร็วจากจังหวะที่ เมสซี่ แทงบอลยาวให้ อัลบา หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ก่อนจะตบกลับไปหน้ากรอบเขตโทษให้ คูตินโญ่ แต่งบอลแล้วซัดเข้าไปเลย บาร์ซ่านำ 1-0

   นาทีที่ 28 บาร์เซโลน่า มาอีกระลอก คราวนี้ เมสซี่ เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้ากลางให้ ซัวเรซ พักบอลต่อให้ คูตินโญ่ ยิงโล่งๆ แต่แป้ก ดีที่บอลกลับมาเข้าทาง คูตี้ อีกครั้งจึงไหลให้ ราคิติช วิ่งมาซัดแถวกรอบเขตโทษ บอลพุ่งผ่านมือ ยอริส เข้าไปตุงตาข่าย บาร์เซโลน่านำ 2-0

   นาทีที่ 34 ยังคงเป็นจังหวะลุ้นของ บาร์ซ่า เมื่อ อัลบา ไหลบอลให้ เมสซี่ ในกรอบเขตโทษ ก่อนจะกดด้วยซ้าย แต่ ยอริส ยังเซฟเอาไว้ได้

   จบครึ่งแรก บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่า นำสเปอร์สอยู่ 2-0

   ครึ่งหลังนาทีที่ 47 บาร์ซ่า ได้บุกต่อ บุสเกตส์ เปิดบอลให้ เมสซี่ ลากจากกลางสนามเข้าไปในเขตโทษ ก่อนจะแปง่ายๆ บอลพุ่งชนเสากระดอนออกไป

   แต่แล้วนาทีที่ 52 ในที่สุด สเปอร์ส ก็มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 2-1 จนได้ จากจังหวะที่ ลาเมล่า จ่ายบอลไปให้ เคน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วแต่งหลบ เซเมโด้ ก่อนจะซัดด้วยขวาเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม

   แต่ทีมเยือน ก็ไม่ปล่อยให้เจ้าถิ่นได้ดีใจนาน เพราะหลังจากนั้นถัดมาเพียงแค่ 4 นาที บาร์ซ่า ก็มาได้ประตูทิ้งห่างอีกครั้ง จากจังหวะที่ เมสซี่ ให้บอลออกซ้ายไปที่ อัลบา ตบกลับเข้ากลางแล้วเป็น เมสซี่ ที่วิ่งมาจบเองสวยๆ บาร์เซโลน่า นำห่าง อีกครั้ง 3-1

   และดูเหมือนว่าเกมนี้จะไม่จบง่ายๆ เมื่อในนาทีที่ 66 สเปอร์ส มาได้ประตูตีตื้นอีกครั้งไล่มาเป็น 3-2 จากจังหวะที่ ซอนเฮืองมิน ปาดบอลจากฝั่งขวาเข้าไปในเขตโทษให้ ลาเมล่า ยิงด้วยซ้ายบอลแฉลบ ลองเลต์ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปในที่สุด

    เกมทำท่าว่าจะจบที่สกอร์ดังกล่าว แต่ช่วงท้ายเกมก่อนหมดเวลาการแข่งขัน นาทีที่ 90 ต่างดาวมาได้ประตูย้ำชัยจากลูกยิงสุดสวยของ เมสซี่ ทำให้บาซ่านำห่าง 4-2

   จบเกม บาร์เซโลน่า บุกมาชนะ สเปอร์ส 4-2 ผ่าน 2 นัด ชนะรวด นำเป็นจ่าฝูงกลุ่มบี ในขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยังไม่มีแต้ม ใน แชมเปี้ยนส์ลีก แม้แต่แต้มเดียว

 

08/11/2018

ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เชือด โปลิศ เทโร 2-0 ผงาดคว้าแชมป์ ไทยลีก สมัยที่ 6


ไทยลีก

ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เชือด โปลิศ เทโร 2-0 ผงาดคว้าแชมป์ ไทยลีก สมัยที่ 6

   ปราสาทสายฟ้า ผงาดคว้าแชมป์ ไทยลีก สมัยที่ 6 และเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันได้สำเร็จ หลังจากที่เปิดบ้านเอาชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี ไป 2-0 จากลูกยิงของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต และ กรกช วิริยอุดมศิริ

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดที่ 31 ประจำวันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2561 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ โปลิศ เทโร เอฟซี ที่สนาม ช้าง อารีน่า

   บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ล่าสุดเพิ่งจะพ่ายให้กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี 1-2 ตกรอบรองชนะเลิศ โตโยต้า ลีก คัพ เกมนี้ขาด สุภโชค สารชาติ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ ชิติพัทธ์ แทนกลาง ติดโทษแบน และ ศศลักษณ์ ไหประโคน มีชื่อเป็นตัวสำรอง ซึ่งเกมนี้หาก บุรีรัมย์ สามารถเอาชนะ โปลิศ เทโร ได้ ก็จะการันตีคว้าแชมป์ ไทยลีก สมัยที่ 6 ทันที

   ส่วนทางด้าน มังกรโล่เงิน โปลิศ เทโร เอฟซี จำเป็นจะต้องเก็บ 3 แต้มในนัดนี้ให้ได้ เพื่อดิ้นรนอยู่รอดบน ไทยลีก เกมนี้นำมาโดย ไมเคิล เอ็นดรี้, มงคล ทศไกร และ นพพล พลคำ

ปราสาทสายฟ้า การันตีแชมป์ ไทยลีก สมัยที่ 6 แน่นอนแล้ว

   เริ่มครึ่งแรกเป็น บุรีรัมย์ ที่ได้ทักทายก่อน ในนาทีที่ 6 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา กรกช เปิดบอลไปที่เสาแรกแต่โดนสกัดออกมาได้

   แต่หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียงแค่ 4 นาที บุรีรัมย์ ก็มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ ออสวัลโด้ แทงบอลขึ้นหน้าให้ ดิโอโก้ แตะหลบ นนท์ ม่วงงาม แล้วซัดทันที ปราสาทสายฟ้านำ 1-0

   หลังจากได้ประตูขึ้นนำ บุรีรัมย์ ยังคงเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่องไม่ได้ผ่อนเกมลงเลยแม้แต่น้อย นาทีที่ 26 เจ้าถิ่นเกือบจะได้ประตูที่ 2 จากลูกยิงของ ออสวัลโด้ แถวๆหน้าเขตโทษ แต่น่าเสียดายที่บอลพุ่งไปชนคานแล้วกระดอนออกมา

   ถัดจากนั้นอีกเพียงแค่ 1 นาที บุรีรัมย์ มาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ มงคล ทศไกร ไปทำฟาวล์ใส่ ดิโอโก้ ล้มลงในกรอบเขตโทษ แต่ลูกนี้ไม่เป็นประตู เพราะ นนท์ ม่วงงาม เซฟจุดโทษสำคัญไว้ได้ ทำให้ โปลิศ เทโร ยังตามหลังบุรีรัมย์ 0-1 เท่าเดิม

   จบครึ่งแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นำ โปลิส เทโร อยู่ 1-0

   เริ่มครึ่งหลังยังคงเป็นปราสาทสายฟ้า ที่เดินหน้าทำเกมบุกอย่างต่อเนื่อง นาทีที่ 59 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกือบจะได้ประตูทิ้งห่างจากจังหวะเตะมุมทางฝั่งซ้าย ออสวัลโด้ โยนบอลเข้ามาที่เสาแรก แต่โดนกองหลังของทีมเยือนสกัดออกมาได้ บอลมาเข้าทาง ออสวัลโด้ อีกครั้งก่อนจะเปิดกลับเข้าใน คราวนี้ ตูเญซ โหม่งบอลพุ่งชนคานออกหลังไป

   นาทีที่ 74 ในที่สุดความพยายามของปราสาทสายฟ้าก็ประสบความสำเร็จจนได้ เมื่อมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ จักรพันธ์ ให้บอล ออสวัลโด้ ยิงไปชนเสา บอลกระดอนมาเข้าทาง กรกช ซ้ำเข้าไปไม่เหลือ

   จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ โปลิศ เทโร 2-0 การันตีตำแหน่งแชมป์ ไทยลีก สมัยที่ 6 อย่างแน่นอนแล้ว

 

09/10/2018

มิลเนอร์ อยู่เป็น!ยันเกิดมาก็เกลียด แมนยู เข้าไส้แล้ว


ข่าวฟุตบอล

มิลเนอร์ อยู่เป็น!ยันเกิดมาก็เกลียด แมนยู เข้าไส้แล้ว

   มิลเนอร์ แข้งจอมทักษะของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ได้ออกมายืนยันว่า ในอดีตแม้จะมีข่าวว่าได้รับความสนใจจากยอดทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ อย่าง แมนยู มาตลอดทว่าเค้าจะไม่มีทางได้สวมเสื้อสีแดงของ แมนยู อย่างแน่นอน เนื่องด้วยเจ้าตัวได้รับการปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ว่าจะห้ามยุ่งเกี่ยวกับปีศาจแดงเป็นอันขาด เนื่องจากบิดาของเค้าเป็นแฟนบอลตัวยงของ ลีดส์ ยูไนเต็ด นั่นเอง

มิลเนอร์ เป็นเอามาก!พ่อห้ามมีสีแดงในบ้านเลยด้วยซ้ำ

   อดีตดาวเตะทีมยูงทอง แจ้งเกิดด้วยการลงเล่นใน โปรแกรมฟุตบอล พรีเมียร์ลีกด้วยวัยเพียง 16 ปี ในฤดูกาล 2002-03 และได้รับใช้ ลีดส์ ยูไนเต็ดไปทั้งสิ้น 54 เกม ยิงได้ทั้งหมด 5 ประตู ซึ่งนับเป็นที่ภาคภูมิใจของคุณพ่อเป็นอย่างมาก และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเคารพทีมอย่างปีศาจแดง “ ผมเติบโตมากับการเป็นแฟนบอลของทีมลีดส์ ยูไนเต็ดเท่านั้น ซึ่งเราจะไม่ดูดำดูดี แมนยู เป็นอันขาด เกลียดกันขนาดไหนหรอ? เอาแค่พ่อจะไม่ยอมให้มีสีแดงในบ้านเลยก็แล้วกัน ”

   “ เสื้อสีแดงตัวแรกที่พ่อยอมให้เอาเข้าบ้านคือชุดแข่งของทีมชาติอังกฤษ ยิ่งเรื่องการเล่นให้แมนยูไม่ต้องพูดถึง มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยละ แม้มันเคยมีข่าวโยงผมกับ แมนยู อยู่หลายครั้งก็ตาม ”

   กระนั้นเจ้าตัวก็ได้ตบเท้าว่ายูนิฟอร์มสีแดงของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล นั่นไม่ได้ทำให้พ่อของเค้าไม่พอใจแต่อย่างใด “ พ่อเคยเล่าขำๆว่า มีแค่ชุดสีแดงที่ผมใส่เล่นให้ ลิเวอร์พูล นี่ละที่พ่อผมเริ่มหันมาแฮปปี้กับสีแดง ”

   แม้ปีนี้ เจมส์ มิลเนอร์ จะร่วงเข้าวัย 32 ปีแล้วก็ตาม ทว่าเจ้าตัวก็ยังเล่นได้อย่างโดดเด่นและกลายเป็นกำลังหลักที่พาทีม ลิเวอร์พูล ลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวใน โปรแกรมฟุตบอล พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ โดยปีนี้เจ้าตัวได้ลงเล่นไปแล้ว 5 เกมพร้อมยิงได้ 1 ประตู แถมล่าสุดเพิ่งจะมีราชชื่อเป็นผู้ทำประตูให้ทีมหงส์เดงในเกม ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ที่ปราบเปเอสเชไปอย่างสุดมันส์ 3-2 ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า เจมส์ มิลเนอร์ จะได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล อีกหรือไม่หลังจากที่เจ้าตัวเคยคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกมาแล้ว 2 สมัยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งในสุดสัปดาห์นี้ ลิเวอร์พูลจะมีคิวเปิดแอนด์ฟิลรับเซาแธมป์ตัน สำหรับแฟนๆ ลิเวอร์พูล ก็ต้องส่งกำลังใจไปเชียร์ให้ มิลเนอร์ พาทีมเก็บชัยชนะเป็นเกมที่ 6 ให้ได้นะจ๊ะ  

 

24/09/2018